สร้างบัญชีผู้ใช้ เข้าสู่ระบบ   
 
 
  อาหารเพื่อสุขภาพ
แกงคั่วปลากรายใบชะพลู  
Post on ธันวาคม 6 ,2555  By webmaster@networkherbs.com
มะกรูด ช่วยในการแก้ไอ แก้อาเจียนเป็นโลหิต แก้ช้ำใ ...
ก๋วยเตี๋ยวลุยสวน  
Post on ธันวาคม 14 ,2555  By webmaster@networkherbs.com
อาหารที่รับประทานได้ง่าย รวดเร็ว สะดวกสบาย แถมยังไ ...
กะหล่ำปลีม้วนยัดใส้  
Post on ธันวาคม 14 ,2555  By Liverpool_508@hotmail.com
ประโยชน์ของกะหล่ำปลีนั้น มีสรรพคุณทางยาที่ช่วยลดโอ ...
กะหล่ำปลีม้วนยัดไส้  
Post on พฤศจิกายน 27 ,2555  By webmaster@networkherbs.com
กะหล่ำปลี มีวิตามิน K และ C มากดังนั้นจึงเป็นคุณส ...
กุ้งผัดสะตอ  
Post on ธันวาคม 6 ,2555  By nussarachai@hotmail.co.th
กระเทียม สามารถป้องกันโรคหลอดเลือดอุดตันและกล้ามเ ...

 

แกงเลียงกุ้งสด
โดย webmaster@networkherbs.com[ เมื่อ : 24 พ.ย. 55 16:11:31 น.] จำนวนผู้เข้าชม 1241ครั้ง

วัตถุดิบเครื่องปรุงและส่วนผสมต่างๆ

เครื่องแกง

กะปิดี    1 1/2 ช้อนชา

พริกไทยขาว       10-1 2 เม็ด

พริกชี้ฟ้า            2 เม็ด

หอมแดง            2 หัว

รากผักชี1 ราก

กระชาย2 หัว

กุ้งแห้ง3 ช้อนโต๊ะ

เกลือ1/2 ช้อนชา

เครื่องปรุงแกงเลียง

กุ้งสดตัวโตๆ10 ตัว

ฟักทอง250 กรัม

ข้าวโพดอ่อน5 ฝัก

ผลน้ำเต้าอ่อน1 ผลเล็ก

ใบแมงลัก1/3 ถ้วย

น้ำสต๊อกไก่2 ถ้วยตวง

น้ำปลา1 ช้อน

วิธี ทำอาหาร

  1. วิธีการแรกให้เตรียมเครื่องปรุงตามนี้ก่อน กะปิห่อใบตองแล้วนำไปเผาไฟให้หอม หอมแดงปอกเปลือกหั่นเต๋า พริกชี้ฟ้าหั่นเป็นท่อนๆ รากผักชีล้างให้สะอาดแล้วหั่น กระชายหั่นท่อนสั้นๆ กุ้งแห้งล้างให้สะอาด ซับให้แห้ง แล้วป่นละเอียด
  1. วิธีการต่อมาคือ โขลกพริกไทยขาวให้ละเอียด ตามด้วยหอมแดงหั่น กระชาย พริกชี้ฟ้า กะปิ และรากผักชีลงไปโขลกรวมกันให้ละเอียด
  2. สุดท้ายใส่กุ้งแห้งป่นและเกลือลงไปโขลกต่อให้เข้ากันดี ได้เครื่องแกงเลียงที่แม่ค้าเห็นแล้วอายเล
  3. เตรียม กุ้งสดปอกเปลือก ไว้หาง ผ่าหลังดึงเส้นดำออก ฟักทองปอกเปลือก หั่นชิ้นพอคำ ข้าวโพดอ่อนหั่นชิ้นตามยาว ผลน้ำเต้าอ่อนหั่นเป็นชิ้นพอคำ
  4. นำน้ำสต๊อกไก่ใส่หม้อตั้งไฟจนเดือด ใส่เครื่องแกงเลียงที่โขลกไว้ลงไปคนให้ละลาย แล้วจึงใส่ฟักทอง และข้าวโพดอ่อนลงไปต้มประมาณ 3 นาทีแล้วใส่น้ำเต้าอ่อนแล้วรอจนฟักทองสุก ต่อจากนั้น ใส่กุ้ง คนให้เข้ากัน ปรุงรสด้วยน้ำปลา ชิมรสให้ออกเค็มเล็กน้อย เมื่อน้ำเดือดอีกครั้งใส่ใบแมงลัก ใช้ทัพพีกดให้จมแล้วปิดไฟ ทันที ตักใส่ถ้วยเสิร์ฟกับข้าวสวยร้อนๆ แค่นี้ก็ได้ทานแกงเลียงสูตรอร่อยที่สุดในโลก(เพราะเป็นฝีมือเราเอง)

ประโยชน์ที่ได้รับ

ฟักทอง ฟักทองเป็นพืชที่ให้คุณค่าทางอาหารสูง โดยที่เนื้อสีเหลืองๆนั้นมีวิตามินเอสูง ช่วยบำรุงสายตา มีฟอสฟอรัส แคลเซียม วิตามินซีและแป้ง นอกจากนี้ยังมีเบต้าแคโรทีนในปริมาณสูง เจ้าสารเบต้าแคโรทีนนี้เองที่เป็นสารที่ช่วยต้านอนุมูลอิสระซึ่งเป็นสาเหตุของโรคมะเร็ง มีสารกรดโปรไพโอนิคซึ่งช่วยให้เซลล์มะเร็งอ่อนตัวลง ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ป้องกันเบาหวาน โรคความดันโลหิต บำรุงตับและไต นอกจากนี้เปลือกของฟักทอง (แนะนำให้รับประทานทั้งเปลือก) จะช่วยควบคุมสมดุลร่างกายโดยช่วยสร้างเซลล์ใหม่ทดแทนเซลล์ที่หมดอายุ ช่วยให้อวัยวะภายในทำงานได้อย่างสมดุลและมีประสิทธิภาพ

 

ข้าวโพดอ่อนข้าวโพดอ่อนจะประกอบด้วย คาร์โบไฮเดรต เบต้าแคโรทีน วิตามินซี แคลเซียม เส้นใยอาหาร ฟอสฟอรัส เป็นสารประกอบกับแคลเซียมในการสร้างกระดูกและฟันช่วยให้การหลั่งน้ำนมเป็นไปตามปกติ ช่วยสร้างเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อรวมกับธาตุอื่นรักษาสมดุลความเป็นกรด-ด่างในร่างกาย ถ้ากินข้าวโพดอ่อนเป็นประจำจะช่วยลดคลอเรสเตอรอลในเลือด ป้องกันเส้นเลือดแข็งตัว ช่วยย่อยอาหาร ลดอาการบวมน้ำ รักษาโรคไตอักเสบเรื้อรัง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง ปัสสาวะอักเสบเรื้อรัง และจมูกอักเสบเรื้อรัง ช่วยบำรุงหัวใจ ทำให้เจริญอาหาร กระตุ้นให้กระเพาะและลำไส้ทำงานได้ดีอีกด้วย

 

ผลน้ำเต้าอ่อน แพทย์แผนไทยใช้รากน้ำเต้า ขมเป็นยาแก้ดีแห้ง ขับน้ำดีให้ตกลำไส้ ใบน้ำเต้าเป็นยาดับพิษ แก้ตัวร้อน ร้อนในกระหายน้ำ พบว่ายาเขียวทุกชนิดมักเข้าใบน้ำเต้าหมด

- น้ำเต้าเป็นยาภายนอก นำใบสดโขลกผสมกับเหล้าขาวทาถอนพิษร้อน แก้ฟกช้ำ บวม แก้อาการพองตามตัว แก้เริม งูสวัดได้ดีมาก

- ชาวอินเดียใช้ประกอบอาหารให้ผู้ป่วยเบาหวานและโรคความดันเลือด บทความต่างประเทศกล่าวถึงฤทธิ์ขับปัสสาวะของเปลือกลำต้นและเปลือกผลน้ำเต้า

- น้ำคั้นผลมีฤทธิ์ลดกรดในกระเพาะอาหารบรรเทาอาการอาหารไม่ย่อยและแผลกระเพาะอาหาร ที่ประเทศจีนและอินเดียมีการกินน้ำเต้าเพื่อควบคุมเบาหวานมีเว็บไซต์เสนอเมนูคุมเบาหวานใช้น้ำเต้าหลายแห่ง

 

ใบแมงลัก ขับลมในลำไส้ อาหารไม่ย่อย อาการอึดอัด แน่นไม่สบายท้อง ให้นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม

- ขับเหงื่อ เมื่อมีอาการครั่นเนื้อครั่นตัวไม่ค่อยสบาย นำต้นและใบแมงลักต้มน้ำดื่ม

- บรรเทาอาการหวัด อาการคัดจมูก น้ำูกไหล หลอดลมอักเสบ ใช้ใบแมงลัก 1 กำมือล้างสะอาดโขลกคั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไลบรรเทา   อาการดังกล่าว สำหรับกรณีของหลอดลมอักเสบให้คั้นน้ำดื่ม 1 ถ้วยตะไล 3 เวลาเช้า-กลางวัน-เย็น

- บรรเทาอาการผื่นคัน พิษจากพืช พิษสัตว์กัดต่อยหรืออาการคันจากเชื้อรา ใช้ใบแมงลักสดโขลกพอกบริเวณที่มีอาการและเปลี่ยนยาบ่อย ๆ

- แก้ท้องร่วงท้องเสีย ใบแมงลักสัก 2 กำมือ ล้างสะอาด โขลกบีบคั้นน้ำดื่ม แก้ท้องร่วงได้

- เพิ่มน้ำนมแม่ ให้แม่ที่ให้นมลูกกินแกงเลียงหัวปลี ใส่ใบแมงลักและให้ลูกดูดหัวน้ำนมบ่อย ๆ เพิ่มการสร้างน้ำนมแม่
- บำรุงสายตา ใบแมงลักมีวิตามินเอสูง การกินใบแมงลักเป็นประจำช่วยบำรุงสายตา

- บำรุงเลือด แก้โลหิตจาง ใบแมงลักอุดมด้วยธาตุเหล็กช่วยบำรุงโลหิต

- เสริมสร้างกระดูก ใบแมงลักมีแคลเซียมสูงช่วยบำรุงกระดูก

 

- เป็นยาระบาย ใช้เมล็ดแก่ของแมงลักสัก 1 ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้ว ปล่อยให้พองตัวดีแล้วเติมน้ำตาลเล็กน้อยดื่มแก้ท้องผูก แนะนำให้ใช้กับหญิงตั้งครรภ์และแม่ที่เลี้ยงลูกด้วยนมตนเองที่ไม่ต้องการภาวะท้องผูกเพราะเป็นการแก้ปัญหาแบบธรรมชาติ

 

- ใช้ลดความอ้วน เปลือกผล (ที่เรียกเมล็ดแมงลัก) มีสารเมือกซึ่งสามารถพองตัวในน้ำได้ 45 เท่า เหมาะสำหรับผู้ที่ไม่ชอบกินอาหารที่มีกาก ใช้ผลแมงลัก 1-2 ช้อนชาแช่น้ำ 1 แก้ว ทิ้งไว้จนพองตัวเต็มที่ กินก่อนมื้ออาหารครึ่งชั่วโมงดื่มน้ำตามช่วยให้กินอาหารได้น้อยลง ลดปริมาณพลังงานอาหารช่วยให้อุจจาระอ่อนตัวจำนวนครั้งในการขับถ่ายและปริมาณอุจจาระเพิ่มขึ้นลดอาการท้องผูกด้วย

 

:: ความคิดเห็นที่ 1 ::

โดย : นัฐวรา IP : 202.151.41.xxx วันที่โพสต์ : 24 พ.ย. 55 16:15:38 น.
 
:: ร่วมแสดงความคิดเห็นบทความนี้ ::