NetworkHerbs แหล่งเรียนรู้ข้อมูลสมุนไพรไทย
 
 
สร้างบัญชีผู้ใช้ เข้าสู่ระบบ   
 
 
 
ชื่อสมุนไพร : กระเจี๊ยบแดง   [แก้ไข]

ชื่ออื่น ๆ : กระเจี๊ยบเปรี้ยว(ภาคกลาง), ส้มเก็งเค็ง(ภาคเหนือ), ส้มปู(เงี้ยว-แม่ฮ่องสอน), ส้มตะเลงเครง(ตาก) , ผักเก็งเค็ง),ส้มพอเหมาะ

ชื่อสามัญ : Jamaican Sorrel, Rosella

ชื่อวิทยาศาสตร์ : Hibiscus sabdariffa Linn.

วงศ์ : Malvaceae

 

ลักษณะทั่วไป

  • ต้น : เป็นพรรณไม้พุ่มขนาดเล็ก เป็นพืชปีเดียว ลำต้นสูงประมาณ 1-2 เมตร ส่วนลำต้นและกิ่งก้านนั้นจะมีสีม่วงแดง
  • ใบ : มีลักษณะอยู่หลายชนิด ขอบใบเว้าลึก 3 หยัก หรือเรียบตัวใบเป็นรูปเรียวแหลม สำหรับก้านของใบนั้นจะยาวประมาณ 5ซม.
  • ดอก : ดอกมีสีชมพูตรงหลางจะมีสีเข้มกว่าส่วนนอก ดอกจะออกบริเวณง่ามใบก้านดอกจะสั่น กลีบรองดอกจะมีลักษณะเป็นปลายแหลมมีประมาณ 8-12 กลีบ กลีบเลี้ยงจะแผ่ขยายติดกันออกหุ้มเมล็ดไว้มีสีแดงเข้มหักง่าย มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 6 ซม.
  • ผล : เป็นรูปรีปลายแหลม ผลยาวประมาณ 2.5 ซม. ห่อหุ้มด้วยกลีบเลี้ยง
  • เมล็ด : ส่วนในของเมล็ดรูปไต เป็นสีน้ำตาลจำนวนมาก

 

การขยายพันธุ์ :

  • ใช้เมล็ดในการขยายพันธุ์จะปลูกขึ้นได้ดีในดินที่ร่วนซุยและดินเหนียวที่อุ้มน้ำได้ดี

 

ส่วนที่ใช้ :

  • ยอด ใบ กลีบเลี้ยง เมล็ด
  • ยอดและใบ ใช้สด
  • กลีบเลี้ยง ใช้ตากแห้งและใบสด
  • เมล็ด ใช้เมล็ดที่ตากแห้ง

 

สรรพคุณ :

  • ยอดและใบ ช่วยย่อยอาหาร ละลายเสมหะ ขับปัสสาวะ หล่อลื่นลำไส้ เป็นยาบำรุงธาตุและยาระบาย ใช้ภายนอกคือ ตำพอกฝี ต้มชะล้างแผล วิธีใช้โดยแกงหรือต้มกิน ใช้ภายนอก โดยเอาใบตำให้ละเอียดแล้วนำมาประคบฝีต้มเอาน้ำมาล้างแผล กลีบเลี้ยง ทำให้สดชื่น ขับปัสสาวะ ขับน้ำดี ลดไข้ แก้ไอ แก้นิ่ว แก้กระหายน้ำ วิธีใช้ โดยใช้ชงน้ำร้อนหรือต้มน้ำกิน ใช้ที่ตากแห้งแล้วประมาณ 5-10 กรัม เมล็ด ลดไขมันในเลือด บำรุงเลือด บำรุงธาตุ ขับน้ำดี ขับปัสสาวะ แก้ปัสสาวะขัดและเจ็บ เป็นยาระบาย วิธีใช้บดให้ละเอียดเป็นผงผสมกินหรือต้มน้ำกิน ใช้เมล็ดที่แห้ง

 

ถิ่นที่อยู่ :

  • มีถิ่นกำเนิดในประเทศมาเลเซียและประเทศอินเดีย

 

ข้อมูลทางคลินิก

 

  • การรักษาคนไข้ที่เป็นโรคนิ่ว และโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบนั้น ใช้กลีบเลี้ยงที่แห้งประมาณ 100 กรัม ใช้น้ำประมาณ 5 ลิตร ใส่น้ำตาลและใส่เกลือเล็กน้อย และต้มให้เดือดใช้เวลานานประมาณ 15 นาที แบ่งกินวันละ 3 ครั้ง คนไข้ที่เป็นโรคนิ่วในไต หรือโรคทางเดินปัสสาวะอักเสบเนื่องจากสาเหตุอื่น เช่น หลังจากผ่าตัดต่อมลูกหมากหรือท่อปัสสาวะตีบ ประมาณ 25 ราย มีผลคือ ปัสสาวะมีค่าเป็นกรดด่าง(ph) ลดลงกว่าเดิมมากถึง 1.52 มีค่าความเป็นกรดมากขึ้น การที่ปัสสาวะมีกรดมากนั้นเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคนไข้ที่เป็นนิ่วประเภทแคลเซียมมาก เพราะช่วยลดอัตราการเป็นนิ่วซ้ำหลังจากการผ่าตัด หรือช่วยป้องกันการติดเชื้อซ้ำอีกก็มีคนไข้บางคนที่กินน้ำกระเจี๊ยบแล้วเกิดอาการท้องเสียจึงเป็นยาช่วยระบายด้วย ในปัจจุบันนี้จะมีการใช้กระเจี๊ยบแดงได้อย่างสะดวกคือ มีลักษณะเป็นผง กินครั้งละ 1 ช้อนชา ผสมน้ำอุ่นประมาณ 1 แก้ว กินหลังอาหารวันละ 3 ครั้ง ช่วยลดอาการติดเชื้อทางเดินปัสสาวะด้วย

 

ข้อมูลทางเภสัชวิทยา

  • จาการทดสอบในบุคคลที่มีร่างกายปกติจำนวน 3 คน ให้ดื่มน้ำกระเจี๊ยบแดงแล้ว 1-4 ชั่วโมง มีสภาพเปลี่ยนเป็นกรดมากกว่าเดิม
  • สารสกัดจากพืชนี้ ได้มีการทดลองโดยกรอกเข้ากระเพาะไก่(New Hamshire chicken) มีผลคือลดอาการพิษและลดอัตราการดูดซึมของแอลกอฮอล์

 
หมายเหตุ
:

  • ยอดและใบอ่อน มีรสเปรี้ยวเล็กน้อย สามารถปรุงเป็นอาหารได้ เช่น นำมาแกงส้มได้ ใช้กินเป็นผักสด กลีบเลี้ยง สามารถนำมาปรุงเครื่องดื่ม ทำเป็นผลไม้กวนเหล้าองุ่น เยลลี่ ผสมเป็นน้ำหวาน ชงน้ำกิน ทำให้สดชื่น แก้ไอ ลดไข้ ลดความดันโลหิตสูง ลดไขมันในหลอดเลือด ขับน้ำดี เมล็ด เป็นยาระบาย กระตุ้นความรู้สึกทางเพศ เป็นยาขับปัสสาวะ ผล เป็นยาฝาดสมาน ราก ยาถ่าย ยาบำรุง ยาเจริญอาหาร กระเจี๊ยบ กะเจี๊ยบเปรี้ยว กระเจี๊ยบแดง (ไทย): ส้มเก็งเค็ง ผักเก็งเค็ง (พายัพ) แกงแคง (เชียงใหม่): ส้มตะเลงเคลง (ตาก).” In Siam. Plant Names,1948,p.261. “Roxella, Red sorrel.”, Hibiscus sabdariffa Burkill, I, 1935,p,1170 “Rezelle, Red Sorrel; Asam susur (borderedsourrelish). In Sundanese, Gamet walanda (Dutch Hibiscus surattensis); in Siam, Kachieb priew.”

 

อ้างอิง : วิทย์ เที่ยงบูรณธรรม.พจนานุกรมสมุนไพรไทย. พิมพ์ครั้งที่ 6. กรุงเทพ ฯ : รวมสาสน์ (1977), 2548.

   
 
:: ร่วมแสดงความคิดเห็นบทความนี้ ::