สร้างบัญชีผู้ใช้ เข้าสู่ระบบ   
 
 

เมล็ดมะขาม
โดย aerawun_a0015@hotmail.com [ เมื่อ : 21 พ.ค. 57 12:49:33 น. ] จำนวนผู้เข้าชม 597  ครั้ง

เมื่อวันที่ 6 กันยายน ที่ฮอลล์ 7-8 อิมแพค เมืองทองธานี ภายในงานมหกรรมสมุนไพรแห่งชาติ ครั้งที่ 9 "การนวดไทย มรดกไทยสู่มรดกโลก" รศ.พร้อมจิต ศรลัมภ์ อาจารย์ประจำสำนักงานข้อมูลสุมนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิล แถลงข่าว "รวมพลคนต้านมะเร็งจากสหวิชาชีพ" ว่า ในปี 2555 มีงานวิจัยของต่างประเทศเกี่ยวกับเมล็ดมะขามจำนวนมาก โดยมีนักวิจัยเผยแพร่ผลงานการวิจัยพบว่าในเนื้อเมล็ดมะขามมีไขมันและโพลีแซคคาไลด์ ซึ่งเป็นน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว ไม่ก่อให้เกิดโรคเบาหวานเหมือนน้ำตาลโมเลกุลคู่ อย่างกลูโคสและละลายได้ดีในน้ำ


รศ.พร้อมจิตกล่าวอีกว่า งานวิจัยพบด้วยว่าโพลีแซคคาไลด์จากเมล็ดมะขามมีฤทธิ์เสริมประสิทธิภาพของระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ซึ่งหมายความว่า หากระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายบกพร่องหรือน้อยกว่าปกติ โพลีแซคคาไลด์จากเมล็ดมะขามจะกระตุ้นให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้น สามารถกำจัดเชื้อโรคและสิ่งแปลกปลอมต่างๆ ที่ผ่านเข้าในร่างกายโดยเฉพาะอย่างยิ่งเชื้อไวรัส ที่สำคัญ พบว่าสามารถยับยั้งการเกิดเซลล์เนื้องอกมะเร็งได้


นอกจากนี้ ยังมีฤทธิ์รักษาภาวะเบาหวานของหนูทดลอง โดยมีกลไกซับซ้อนหลายวิธี เช่น ทำให้เกิดการสร้างเบต้าเซลล์ที่ผลิตอินซูลิน เพิ่มประสิทธิภาพในการนำส่งกลูโคสผ่านระหว่างเยื่อผนังเซลล์ตับและเม็ดเลือดเพื่อสร้างไกลโคเจนในตับ รวมทั้งดูดกลับกลูโคสที่ไตและนำส่งกลูโคสไปยังกล้ามเนื้อในร่างกาย กล้ามเนื้อหัวใจ และเนื้อเยื่อไขมัน เป็นต้น ส่วนเปลือกเมล็ดมะขามที่มีสีน้ำตาล มีส่วนประกอบเป็นแทนนินที่ไม่ละลายในน้ำชนิดเดียวกับเมล็ดองุ่นถึงร้อยละ 35 จึงมีการนำมาพัฒนาต่อทำเป็นตัวพายาเข้าสู่เป้าหมายที่ต้องการในร่างกาย


รศ.พร้อมจิตกล่าวว่า ก่อนหน้ามีงานวิจัยในต่างประเทศเมื่อปี 2007 พบว่าสารสกัดเมล็ดมะขามที่ไม่คั่ว สามารถต้านทานความเป็นพิษต่อตับ กระตุ้นการสร้างเซลล์ตับขึ้นทดแทนส่วนที่เสียไป และมีฤทธิ์ปกป้องไตของหนูทดลองจากสารเคมีที่ก่อมะเร็งต่อไตด้วย โดยทำการทดลองในหนูทดลองด้วยการให้พาราเซตามอลซึ่งเป็นพิษต่อตับขนาด 1 กรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนูทดลอง ติดต่อกัน 7 วัน เพื่อทำลายเซลล์ตับหนู หลังจากนั้นวันที่ 3 เริ่มป้อนสารสกัดน้ำของเนื้อในเมล็ดมะขามขนาด 700 มิลลิกรัมต่อกิโลกรัมน้ำหนักตัวหนู เป็นเวลา 9 วัน แล้วตรวจหาค่าเอนไซม์ ที่ส่อถึงการอักเสบและการทำลายเซลล์ตับ วัดน้ำหนักตับที่เหลือและตัดชิ้นเนื้อตับไปตรวจด้วยกล้องจุลทรรศน์

 


"มีการทดลองเรื่องความเป็นพิษของเมล็ดมะขามต่อร่างกายเช่นเดียวกัน ทั้งพิษแบบเฉียบพลันและพิษระยะยาว 3-4 เดือน พบว่าไม่ปรากฏความเป็นพิษในร่างกายแต่อย่างใด ดังนั้น สามารถกินเมล็ดมะขามเป็นเหมือนอาหารอย่างหนึ่งได้ แต่ไม่ใช่ว่าทานแต่เมล็ดมะขามเพื่อป้องกันมะเร็งอย่างเดียว โดยไม่ทานอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายร่วมด้วย อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการนำเมล็ดมะขามมาผลิตเป็นสินค้าจำหน่ายหลายรูปแบบ เช่น กาแฟเมล็ดมะขาม หรือชา และเท่าที่ทราบขณะนี้เมล็ดมะขามเริ่มขาดตลาด มีการส่งออกไปขายต่างประเทศ" รศ.พร้อมจิตกล่าว

 

ที่มา http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1346920594&grpid=&catid=09&subcatid=0902

 
 
:: ร่วมแสดงความคิดเห็นบทความนี้ ::