สร้างบัญชีผู้ใช้ เข้าสู่ระบบ   
 
 

ยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติ สุขภาพช่องปากที่เราเลือกเองได้
โดย ืnongnuttyna@gmail.com [ เมื่อ : 28 พ.ค. 57 13:25:47 น. ] จำนวนผู้เข้าชม 1601  ครั้ง

    เมื่อย้อนกลับไปศึกษาประวัติศาสตร์ของการใช้แปรงสีฟันและยาสีฟันพบว่ามีมานานกว่า 2,500 ปีแล้ว เกิดขึ้นครั้งแรกในประเทศจีน โดยใช้ขนหมูมัดติดกับไม้ไผ่ใช้แปรงฟัน ส่วนในอินเดียจะใช้กิ่งข่อยแปรง เช่นเดียวกับประเทศไทยใช้กิ่งข่อยและกิ่งสีฟันคนทาแปรงฟัน
    ยาสีฟันเก่าแก่และโบราณที่สุดในโลกได้แก่เกลือ คนโบราณจึงใช้เกลืออมบ้วนปากและแปรงฟัน ต่อมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ในการทำความสะอาดช่องปากเจริญรุดหน้า เราจึงได้เห็นแปรงสีฟันในรูปแบบต่างๆ เช่นที่พบในปัจจุบัน ส่วนยาสีฟันก็ไม่แตกต่าง มีการค้นพบสารซักฟอกที่ใช้ในการทำความสะอาด ยาสีฟันในปัจจุบันจึงมีทั้งฟอง รสชาติต่างๆ  กลิ่นที่แตกต่างกันไป
    ยาสีฟันในปัจจุบันมีบทบาทสำคัญต่อการทำความสะอาดฟัน เพราะสารขัดถูและสารทำความสะอาด ซึ่งเป็นส่วนประกอบหลักที่จะช่วยขจัดคราบฟันได้ดี และทำให้ฟันขาวสะอาด และยังมีสารตัวอื่นๆ เพิ่มลงไปเพื่อช่วยเสริมในการดูแลปากและฟัน เช่น ฟลูออไรด์ ช่วยเพิ่มความแข็งแรงของผิวฟัน สารฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ช่วยลดจำนวนเชื้อแบคทีเรียในช่องปาก เป็นต้น
    ทำไมเราต้องใส่ใจว่ายาสีฟันนั้นเป็นแบบธรรมชาติหรือไม่ เพราะส่วนผสมของยาสีฟันทั่วไปนั้นจะมีสารซักฟอกเป็นส่วนประกอบ ซึ่งในระยะยาวแล้วสารเหล่านี้ย่อมส่งผลกระทบต่อสุขภาพ แตกต่างจากการใช้ยาสีฟันธรรมชาติที่จะไม่มีสารซักฟอกทิ้งสารตกค้างไว้ในร่างกาย และยังสามารถเพิ่มสรรพคุณโดยการเลือกใช้สมุนไพรที่หาได้ง่ายมาเป็นส่วนประกอบของยาสีฟัน ซึ่งเราสามารถเลือกเองได้
    ส่วนประกอบหลักของยาสีฟันทั่วไปและธรรมชาติโดยทั่วไป จะประกอบด้วย สารขัดถู ทำหน้าที่ขัดถูผิวฟัน ขจัดเศษอาหาร คราบที่ติดอยู่บนผิวฟัน ในยาสีฟันทั่วไปใช้แคลเซียมคาร์บอเนต เป็นตัวการขัดถู ส่วนยาสีฟันธรรมชาติ ก็จะใช้แคลเซียมคาร์บอเนต และเกลือแกง ผงฟูหรือโซเดียมคาร์บอเนต สารทำความสะอาด ทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพในการทำความสะอาดฟัน สารที่ใช้เป็นสารลดแรงตึงผิว เช่น สบู่ หรือสารซักฟอก ใช้แปรงฟันแล้วเกิดฟอง สารนี้จะไม่เป็นพิษ ไม่ระคายเคืองต่อเยื่อบุในช่องปาก ยาสีฟันทั่วไปใช้สารซักฟอก ตัวที่นิยมคือสาร SLS (Sodium Lauryl Sulfate ) ใช้ได้ไม่เกิน 2% แต่สำหรับในยาสีฟันธรรมชาตินี้จะใช้ผงสบู่ ไม่เกิน 1-2% หรือเกลือแกง ก็สามารถช่วยทำความสะอาดได้เช่นกัน
    สารฆ่าเชื้อแบคทีเรีย ทำหน้าที่ช่วยลดแบคทีเรียในช่องปาก ในยาสีฟันทั่วไป มักจะใช้สารไตรโคลซาน(Triclosan) ที่เป็นชนิดเดียวกับที่ใช้ในสบู่ยา ส่วนในยาสีฟันธรรมชาติจะใช้ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) สมุนไพรต่างๆ  ที่บดเป็นผงและน้ำมันหอมระเหย เช่น อบเชย กานพลู เป็นต้น สารเพิ่มความชุ่มชื้น ใช้เฉพาะในยาสีฟันที่เป็นครีม ในยาสีฟัน สารเพิ่มความหวาน เพื่อให้รสหวานในยาสีฟัน ไม่ได้เป็นสารจำเป็นแต่อย่างใด ในกรณีที่จะใช้ก็จะใช้กลีเซอรีน หรือซอร์บีทอล
    สารปรุงแต่งกลิ่นและสี ในยาสีฟันธรรมชาติ จะใช้น้ำมันหอมระเหยและสารสกัดจากพืชสมุนไพร นอกจากช่วยแต่งกลิ่นและรสของยาสีฟันแล้ว ยังเพิ่มสรรพคุณในการป้องกันรักษาโรคในช่องปากด้วย เช่นน้ำมันหอมระเหยสะระแหน่ ผงอบเชย ผงกานพลู เป็นต้น ฟลูออไรด์  (Fluoride) เป็นสารที่ช่วยทำให้เคลือบฟันแข็งแรง ป้องกันฟันผุ ฟลูออไรด์ที่ใช้คือโซเดียมฟลูออไรด์ หรือโซเดียมโมโนฟลูไรฟอสเฟต ต้องใช้ในปริมาณเจือจางมากๆ มีข้อควรระวังในการใช้สำหรับเด็กต่ำกว่า 6 ปี ใช้แล้วต้องบ้วนน้ำมากๆ ไม่ควรกลืน สำหรับยาสีฟันธรรมชาติจะไม่ใส่
    ในส่วนของตัวยาสมุนไพรไทยนั้นมีหลายตัวที่มีสรรพคุณที่ใช้กับเหงือกและฟันได้ดี ได้แก่ เกลือ เป็นสารทำความสะอาดเหงือกและฟัน ข่อย แก้อาการปวดฟัน รักษารำมะนาด  (ใช้เปลือกหรือกิ่งข่อย) สะระแหน่ สารให้ความเย็น ทำให้ช่องปากหอมสดชื่น เป็นสาร อบเชย มีกลิ่นหอม รสหวาน มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ กานพลู รสเผ็ดร้อน ฆ่าเชื้อโรคและเป็นยาชา ใช้ดับกลิ่นปาก แก้เลือดออกตามไรฟัน และแก้โรครำมะนาด อบเชย รสหวาน กลิ่นหอม ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ 
    ผักคราดหัวแหวน รสเอียนเบื่อ แก้ปวดฟัน แก้อักเสบรักษาแผลในปาก รำมะนาด แก้ว ใช้ส่วนของใบ มีรสร้อนเผ็ดขมสุขุม แก้อาการปวดฟัน สีฟันคนทา ใช้เปลือกหรือกิ่ง ช่วยให้รากฟันแข็งแรงทนทาน เทียนข้าวเปลือก กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เทียนตากบ กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ เทียนสัตตบุษย์ รสหวาน กลิ่นหอม มีฤทธิ์ฆ่าเชื้อจุลินทรีย์ โป๊ยกั๊ก กลิ่นหอม แต่งกลิ่น กระวานเทศ กลิ่นหอมฉุน แต่งกลิ่น 
    การทำยาสีฟันสมุนไพรธรรมชาติใช้เอง
    1.เตรียมส่วนผสม เช่น เกลือ ผงฟู (โซเดียมไบคาร์บอเนต) แคลเซียมคาร์บอเนต ข่อย กานพลู น้ำมันสะระแหน่
    2.นำส่วนผสมเทใส่ถ้วยคลุกเคล้าเข้าด้วยกัน
    3.เมื่อคลุกจนเข้ากันดีแล้วเติมกานพลู ข่อย ลงไปแล้ว คลุกให้เข้ากัน
    4.เมื่อคลุกจนเป็นเนื้อเดียวกันแล้ว จึงค่อยๆ หยดน้ำมันสะระแหน่เติมลงไป จากนั้นก็คลุกจนเข้ากัน
 แล้วก็บรรจุใส่ภาชนะไว้ใช้
    การหันมาปรุงยาสีฟันไว้ใช้เอง ประโยชน์คือเรากำหนดสรรพคุณของวัตถุดิบได้ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่เราสามารถหลีกเลี่ยงไม่ใช้สารเคมีปรุงแต่ง และเมื่อเทียบราคากับยาสีฟันในท้องตลาดแล้วราคาถูกกว่ามาก สำคัญที่สุดคือสุขภาพของช่องปากของเราที่เลือกเองได้ตามต้องการ.

ที่มา http://www.thaipost.net/tabloid/300314/88260

 
 
:: ร่วมแสดงความคิดเห็นบทความนี้ ::